วิถีชีวิตหอยมือเสือในธรรมชาติ

วิถีชีวิตหอยมือเสือในธรรมชาติ

หอยมือเสือเป็นสัตว์น้ำในตระกลู ‘Tridacna’ ถือเป็นหอยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตระกูล นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายสายพันธุ์ หอยมือเสือนั้นเป็นหนึ่งในสายพันธุ์หอยที่ใกล้สูญพันธุ์ที่สุด ตามบันทึกของที่เคยเขียนเอาไว้ในช่วงปี 1521 ระบุว่ามันเป็นหอยขนาดใหญ่ที่มีถิ่นกำเนิดในแนวปะการังน้ำตื้นของมหาสมุทรแปซิฟิกใต้และมหาสมุทรอินเดีย พวกมันมีน้ำหนักได้มากกว่า 200 กิโลกรัม (440 ปอนด์) วัดขนาดได้มากถึง 120 ซม. (47 นิ้ว) และมีอายุขัยเฉลี่ยตามธรรมชาติมากกว่า 100 ปี นอกจากนี้ยังพบได้นอกชายฝั่งของฟิลิปปินส์ และในทะเลจีนใต้ในแนวปะการังของซาบาห์ (มาเลเซียบอร์เนียว)

เหตุผลที่หอยมือเสือใกล้สูญพันธุ์

ทุกวันนี้เราเริ่มเห็นจำนวนของพวกมันลดน้อยลงอย่างมาก เหตุผลหลักที่พวกมันใกล้สูญพันธุ์มีแนวโน้มมาจากน้ำมือของมนุษย์ โดยเฉพาะหอยมือเสือที่มีขนาดใหญ่ที่ถูกนำไปขายได้มูลค่ามหาศาล แถมในบางประเทศเอเชียอย่างเช่น ‘ญี่ปุ่น’ หอยยักษ์ชนิดนี้ถือเป็นอาหารอันโอชะอย่างมากในร้านอาหารทะเล ส่วนในตลาดมืดก็มักจะมีเปลือกของหอยยักษ์ที่ถูกนำไปขายเพื่อเป็นอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน

ในขณะที่บางกลุ่มยอมจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อซื้อเพียงบางส่วนของพวกมันทีเรียกว่า ‘กล้ามเนื้อยึดฝา’ ซึ่งคนจีนนิยมนำไปทำเป็นยาปลุกเซ็กส์ มีทีมวิจัยจากนานาประเทศได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับข้อเท็จจริงนี้ ทำให้พบว่ามันมีส่วนประกอบของกรดอะมิโนเข้มข้นซึ่งไปกระตุ้นให้ระดับฮอร์โมนเพศเพิ่มขึ้น กับปริมาณสังกะสีที่สูงของพวกมันก็ช่วยในการผลิตฮอร์โมนเพศชายอีกด้วย

อาหารของหอยมือเสือ

สาหร่ายถือเป็นอาหารหลักของหอยมือเสือ พืชเหล่านี้ประกอบด้วยสาหร่ายที่มีเซลล์เดียวซึ่งผลิตภัณฑ์เมตาบอลิซึมที่หอยสามารถนำไปใช้เป็นสารอาหารได้ เป็นผลให้พวกมันสามารถเติบโตจนมีขนาดใหญ่ได้ แม้กระทั่งในน้ำที่มีปะการังน้อย หอยขนาดเล็กที่มีน้ำหนักประมาณ 10 มิลกรัมจะได้รับสารอาหารที่จำเป็นในการหายใจและการเจริญเติบโตมจากสาหร่าย 65% ในขณะที่หอยขนาดใหญ่ขึ้นมาที่มีขนาด 10 กรัม จะต้องการคาร์บอนเพียง 34% จากแหล่งอาหารเหล่านี้

หอยมือเสือมีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ พวกมันสามารถสร้างได้ทั้งไข่และสเปิร์มในตัวเดียวกัน แต่พวกมันไม่สามารถปฏิสนธิได้ด้วยตนเอง เนื่องจากพวกมันไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ตนเอง พวกมันจึงปล่อยไข่และสเปิร์มออกมาในน้ำแทน จากนั้นมันจะปล่อยสารที่เรียกว่า spawning induced substance เพื่อให้มั่นใจว่าไข่จะได้รับการปฏิสนธิแน่นอน ด้วยสารที่ปล่อยออกมานี้จะทำให้หอยตัวอื่นสามารถรับรู้การมีอยู่ของไข่หรือสเปิร์ม ซึ่งพวกมันก็จะรับเข้าไปปฏิสนธิภายในตัวของมันเอง

การพัฒนาของหอยมือเสือในธรรมชาติ

หลังจากไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิลอยอยู่ในมหาสมุทรประมาณ 12 ชั่วโมง มันก็จะเริ่มฝักออกเป็นตัวอ่อนที่เรียกว่า ‘Trochophore’ ในช่วงนี้มันจะเริ่มเก็บสะสมแคลเซียมเพิ่มมาสร้างเป็นเปลือกชั้นนอก หลังจากเวลาผ่านไปได้ประมาณ 2 วัน มันจะมีขนาดประมาณ 160 ไมโครเมตร ไม่ช้ามันจะเริ่มงอกขาเพื่อใช้ในการเดินบนพื้นทะเล หรือว่ายน้ำเพื่อค้นหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม เมื่ออายุประมาณหนึ่งสัปดาห์หอยจะเริ่มอยู่แต่บนพื้น แม้ว่ามันจะเปลี่ยนที่อยู่บ่อยครั้งในช่วงสองสามสัปดาห์แรก ในช่วงของการเป็นตัวอ่อนพวกมันไม่สามารถกรองสารอาหารจากสาหร่ายมาใช้ได้ มันจึงต้องพึงพาแหล่งอาหารชนิดเดียวที่เล็กพอจะกินคือ ‘แพลงตอน’ ที่ลอยไปมาอยู่ทั่วมหาสมุทร ซึ่งมันสามารถดักจับมาเป็นอาหารได้

ไม่นานกล้ามเนื้อยึดฝาก็จะเริ่มหายไป ส่วนกล้ามเนื้อด้านหลังก็จะหดกลับมาอยู่ตรงกลางแทน หอยที่มีขนาดเล็กส่วนใหญ่จะตายในระหว่างกระบวนการนี้ หอยเมือเสือจะเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นเมื่อมีขนาดประมาณ 20 เซนติเมตร เป็นการยากที่จะสังเกตอัตราการเติบโตของพวกมันในท้องทะเล แต่หอยมือเสือที่เลี้ยงในห้องปฏิบัติการนั้นมีการเติบโต 12 ซม. (4.7 นิ้ว) ต่อปี ถือว่าเป็นหอยที่มีขนาดใหญ่และโตเร็วมากที่สุดในโลก