หอยหวานเป็นหนึ่งในหอยทากทะเลที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย

ติดตามชีวิตหอยหวานที่เราไม่เคยรู้

หอยหวานเป็นหนึ่งในหอยทากทะเลที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย เนื่องจากเป็นอาหารที่มีรสชาติอร่อย สามารถพบได้ตามร้านอาหารทะเลทั่วไป นิยมนำไปย่างหรือลวกจิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู๊ด ด้วยเหตุนี้เองมันจึงกลายเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาด ทำให้มีการเพาะเลี้ยงอย่างกว้างขวางในอย่างมากในประเทศ หอยหวานที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า ‘Babylonia areolata’ อยู่ในกลุ่ม ‘Gastropoda’ พบได้มากทั่วบริเวณชายฝั่งในอ่าวไทย วิธีการทำประมงหอยหวานนั้นเพิ่งจะพัฒนาขึ้นมาได้ไม่นาน ซึ่งมีขั้นตอนคล้ายกับการจับปูทะเล การทำประมงหอยหวานเป็นอีกหนึ่งในรายได้หลักของการประมงขนาดเล็ก ในปัจจุบันนี้จำนวนประชากรของหอยหวานลดลงอย่างน่าตกใจ เนื่องจากความมักง่ายของการทำประมงของคนบางกลุ่ม ด้วยเหตุนี้เองทำให้ความต้องการเพิ่มขึ้นและราคาที่สูงขึ้น

หอยหวานเป็นสัตว์ที่มีคุณสมบัติทางชีวภาพมากมาย จึงเป็นอีกทางเลือกที่จะเหมาะสำหรับการเพาะเลี้ยงเพื่อทำกำไร หลายคนมองว่ามันอาจจะกลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดใหม่ ที่จะเพิ่มเข้ามาในอุตสาหกรรมการประมงในประเทศไทย คุณลักษณะเหล่านี้ทำให้พวกมันเหมาะกับการเพาะเลี้ยงได้แก่ มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว อัตราการรอดชีวิตสูง FCR ต่ำ มีการเลี้ยงดูและค่าใช้จ่ายที่น้อย ปัจจุบันนี้ธุรกิจหอยหวานยังคงอยู่ในช่วงต้นของการพัฒนาในประเทศไทย ซึ่งยังต้องใช้เวลาและความรู้ในการปรับตัวให้เข้าไปสู่ในระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หากทำได้จะเป็นการสร้างรายได้ให้ประเทศไม่น้อยเลยทีเดียว

ชีวิตของหอยหวาน

หอยหวานชอบอยู่ในน้ำลึกตั้งแต่ 10 – 20 เมตร สามารถพบได้ทั่วไปในแถบอินโดแปซิฟิกแปซิฟิก หรือแอตแลนติกตะวันตกเฉียงใต้ ขนาดปกติอยู่ที่ประมาณ 5 เซนติเมตร เมื่อโตเต็มวัยจะมีขนาดใหญ่ได้มากถึง 6.5 เซนติเมตร สมาชิกส่วนใหญ่จะมีการสืบพันธุ์แบบ ‘Gonochoric’ หรือการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ อาศัยการการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย หอยหวาน 1 ตัว จะวางไข่ได้ประมาณ 50 – 70 ฟัก เมื่อเวลาผ่านไปนาน 1 สัปดาห์ไข่จะเริ่มพัฒนาเป็นตัวอ่อนที่คล้ายกับแพลงตอนเรียกว่า ‘Trochopohre larvae’ ซึ่งภายในประกอบด้วยไข่ประมาณ 500 ฟอง หลังจากนั้นจะเข้าสู่ช่วง ‘Veliger larvae’ ที่กินเวลาประมาณ 15 วัน ตัวอ่อนแต่ละตัวจะมีขนาดประมาณ 500 ไมครอน ออกว่ายหาแพลงก์ตอนกินเป็นอาหาร

หลังจากที่อยู่ในช่วง Verliger larvae แล้วจะเข้าสู่ช่วง ‘Early juvenile’ ซึ่งตัวอ่อนจะเริ่มพัฒนาจนมีขนาดประมาณ 1 – 2 มิลลิเมตร รูปร่างจะเริ่มเหมือนกับตัวโตเต็มวัยแต่ไม่มีเปลือก มักอาศัยฝังตัวอยู่ตามใต้พื้นทรายหากินปลาขนาดเล็ก ใช้เวลาประมาณ 1 เดือนจะมีขนาดใหญ่ประมาณ 1 เซนติเมตร 5 – 7 เดือนจะมีขนาดใหญ่พอสำหรับนำไปขายในตลาดได้ โดยปกติจะมีขนาดอยู่ที่ 3 เซนติเมตรเป็นอย่างต่ำ ถ้าเลี้ยงต่อไปจะเข้าสู่ช่วงสมบูรณ์เพศซึ่งใช้เวลาประมาณ 8 – 12 เดือน จะมีความยาวประมาณ 4 เซนติเมตร ช่วงนี้เองที่ตัวเมียพร้อมที่จะวางไข่ ส่วนวิธีในการแยกตัวผู้ตัวเมียนั้นไม่สามารถแยกได้จากเปลือกภายนอก เราใช้วิธีสังเกตุในตอนที่หอยหวานออกมาจากเปลือกซึ่งจะเผยให้เห้นอวัยวะเพศอย่างชัดเจน

อวัยวะเพศของหอยหวานตัวผู้จะมีขนาดเป็นติ่งเล็กๆ ที่อยู่บริเวณโคนหนวด ส่วนตัวเมียจะมีรูที่ใต้เท้าเพื่อใช้ในการปล่อยฝักไข่ หอยหวานที่พร้อมจะผสมพันธุ์จะต้องมีอายุประมาณ 10 – 12 เดือน หรือมีความยาวไม่ต่ำกว่า 4 เซนติเมตร โดยปัจจัยเหล่านี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในธรรมชาติ การผสมพันธุ์มักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืนเมื่อตัวผู้จะเดินไปกับตัวเมียพร้อมกัน ก่อนที่จะสอดอวัยวะเพศเข้าไปในตัวเมียเพื่อปล่อยน้ำเชื้อไปผสมกับไข่ หลังจากนั้นตัวเมียจะสร้างฝักไข่มาหุ้มไข่ที่ผ่านการผสมแล้ว และปล่อยฝักไข่ออกมาจากรูใต้เท้าของมัน โดยมันจะปล่อยไปตามทางเดินของมันเอง