หอยง่วงช้าง

หอยงวงช้างมาดูวีถีชีวิตของมันกัน

หอยงวงช้างจัดเป็นหอยอีกประเภทหนึ่งที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีวิวัฒนาการในชั้นสูง จากประวัติศาสตร์การค้นคว้าวิจัยได้ระบุเอาไว้ว่าหอยงวงช้างเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้มายาวนานกว่า 350 ล้านปีแล้ว จัดเป็นสัตว์ที่อยู่ในชั้นเซฟาโซลอต คือเป็นชั้นเดียวกับสัตว์จำพวกหมึก ถือว่าเป็นสัตว์เพียงไม่กี่สายพันธุ์เท่านั้นที่ยังคงดำเนินชีวิตสืบพันธุ์ต่อกันมาได้จนถึงปัจจุบันนี้ เป็นสัตว์ที่มีความน่าทึ่งอยู่ในตัวไม่น้อยเลยทีเดียว

วิถีชีวิตของหอยงวงช้าง

ลักษณะของหอยงวงช้างจะเป็นเหมือนการผสมกันระหว่างหมึกกับหอยฝาเดียว มีความว่องไวมาก ว่ายน้ำได้เร็ว สายตาจะไม่มีคอร์เนียและเลนส์ เป็นแอ่งบุ๋มจากตรงลำตัวเข้ามา ด้วยความที่มีน้ำทะเลเข้ามาตรงจุดบริเวณที่เรียกว่าเรตินาทำให้ไม่สามารถรับภาพได้ เยื่อแมนเทิลมีกล้ามเนื้อที่หนา หนวดมีเยอะมากประมาณ 63-94 เส้น แถมยังมากกว่าหมึกด้วยซ้ำ มีประสาทสัมผัสทำหน้าที่คล้ายเซนเซอร์ช่วยในการสัมผัสพร้อมกับรับรู้ความเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการหาอาหาร การหลบหลีกศัตรู จะมีเปลือกหุ้มอยู่ด้านนอกมีลักษณะขดเป็นวงนอกจากนี้ภายในจะมีผนังกั้นตามแนวขวางแบ่งเป็นช่องๆ อยู่ด้านในคล้ายกับการแบ่งห้อง ช่องนอกสุดจะมีขนาดใหญ่สุดเป็นช่องที่มีตัวหอยอาศัยอยู่ส่วนอากาศที่อยู่ในช่องของเปลือกในตัวทำให้หอยงวงช้างสามารถลอยตัวอยู่ได้ เวลาที่พวกมันต้องการดำน้ำลงไปด้านล่างก็จะมีการปล่อยอากาศที่อยู่ตามห้องเหล่านี้ออกมาจากนั้นก็ให้น้ำเข้ามาแทนตัวหอยก็จะหนักและจมลงซึ่งเป็นหลักการเดี่ยวกับการใช้งานเรือดำน้ำนั่นเอง หอยชนิดนี้ว่ายน้ำด้วยการพ่นน้ำออกไปยังท่อไซฟอนเหมือนกับหมึก แต่จะว่ายอย่างช้าๆ ไม่เร็วเหมือนหมึกเพราะมีเปลือกแถมยังมองไม่เห็นทิศทางอีกต่างหาก เพราะว่าเป็นการว่ายแบบถอยหลัง อาหารของหอยงวงช้างก็จะเป็นพวกกุ้ง, ปลา ขนาดเล็ก ที่ว่ายวนเวียนใกล้กับพื้นทะเล

ลักษณะการสืบพันธุ์ของหอยงวงช้างจะใช้การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ แยกระหว่างเพศผู้กับเพศเมียอย่างชัดเจน ลักษณะการผสมพันธุ์จะเหมือนกับหมึก ตัวผู้ทำการจับถุงสเปิร์มส่งให้เข้าในช่องลำตัวของตัวเมีย ไข่ที่มีการปฏิสนธิแล้วก็จะฟักออกมาเป็นตัวโดยตรง ไม่มีระยะของตัวอ่อน ถือเป็นหอยอีกประเภทที่มีความน่าสนใจในตัวเองอยู่ไม่น้อย และยังเป็นหอยที่สามารถพบได้ในประเทศไทยด้วยแต่มีไม่มากนักบริเวณทะเลอันดามันหรือมหาสมุทรอินเดีย มีการวางไข่ติดก้อนหิน ใช้ระยะเวลาฟัก 8 เดือนโดยประมาณ